ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซท์ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด
ความเป็นมา
แผนพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกกำหนดให้บริเวณพื้นที่มาบตาพุดเป็นแหล่งที่ตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยมีท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด
เป็นสาธารณูปโภคหลัก ต่อมาระหว่างปี 2525 - 2526 ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของท่าเรืออุตสากรรม (The Development Project of the Industrial Port on the Eastern Seaboard in the Kingdom of Thailand) โดยคณะผู้เชี่ยวชาญจาก Japan International Cooperation Agency ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การศึกษาในช่วงเวลาดังกล่าว ได้กำหนดรูปแบบการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม ตามอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น และใช้ท่าเรือคือ อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี อุตสาหกรรมโซดาแอช อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็กครบวงจร (Integrated Steel) เป็นต้น ทั้งสิ้นผนวกเข้าด้วยกันเป็นแผนหลักการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด
การก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2532 โดยที่ในระหว่างเวลาก่อสร้างได้มีความต้องการพื้นที่ถมทะเลเพื่อเป็นที่ตั้งโครงการโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเชลล์ จึงได้ทำการก่อสร้างเป็นสัญญาเพิ่มเติม ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 1 สำเร็จตามสัญญาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2535 และมีเรือเข้าเทียบใช้ท่าเป็นลำดับแรกเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2535
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างเป็นทางการ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เมือวันที่ 28 กันยายน 2536
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทพ.)
การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าภายใต้เงื่อนไขของกฎระเบียบและสัญญาที่มีต่อกัน ทั้งนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จะเป็นผู้ดูแลในเรื่องของสาธารณูปโภคโดยส่วนรวม อันได้แก่ ทุ่นหลักไฟนำร่อง ร่องน้ำ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคบนบกที่เกี่ยวข้องตลอดจนระบบสื่อสาร และการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรทางน้ำ
ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด มิติใหม่แห่งการขนส่งทางทะเล เพื่อการอุตสาหกรรม
ท่าเรืออุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด และทันสมัยที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้คือ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งนับเป็นปัจจัยพื้นฐาน ที่อำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองไทยสำหรับประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
องค์ประกอบของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดคือบริเวณพื้นที่ถมทะเลทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่ในทะเลที่ถูกประกาศเป็นเขตท่าเรือ แบ่งการใช้พื้นที่เป็น 3 ลักษณะคือ
-
พื้นที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้า
-
พื้นที่บริเวณหน้าท่าเรือ
-
ท่าเรือที่ยื่นออกไปในทะเล

ในการดำเนินงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดแบ่งท่าเรือออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. ท่าเรือสาธารณะ (Public Berths) หมายถึงท่าเรือที่ "ไม่จำกัดจำนวนผู้ที่จะมาขอใช้บริการ" (Non-Rival in Consumtion) ท่าเรือประเภทนี้ กนอ.จะลงทุนก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้ทั้งท่าเทียบเรือ โกดังเก็บสินค้า พื้นที่หน้าท่า และอุปกรณ์หน้าท่า ส่วนเอกชนจะลงทุนอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น รถยกของ รถหัวลาก ท่อขนถ่ายผลิตภัณฑ์เหลว ถังเก็บเคมีภัณฑ์เหลว เป็นต้น
บริเวณท่าเรือสาธารณะประกอบด้วย
1.1 ท่าเทียบเรือทั่วไป (General Cargo Berth) จำนวน 1 ท่า สำหรับขนถ่ายสินค้าทั่วไป สินค้าเทกอง สินค้าเกษตร และสินค้าแร่ มีความยาวหน้าท่า 330 เมตร ความลึกหน้าที่ 12.5 เมตร สามารถให้บริการเรือสินค้าทั่วไป ความยาวไม่เกิน 200 เมตร กินน้ำลึกไม่เกิน 11.9 เมตร
1.2 ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว (Liquid Cargo Berth) จำนวน 2 ท่า เป็น Platform คอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง 35 เมตร หลักผูกเรือยาว 280 เมตรและมีอุปกรณ์ Loading Arm สูบถ่ายสินค้าเหลวจากเรือใส่ท่อผ่านไปสู่ถังเก็บในบริเวณคลังเก็บเคมีภัณฑ์ เพื่อส่งต่อไปโดยผ่านท่อควบคุมความดัน ไปตามแนววางท่อเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีความกว้าง 20 เมตร เพื่อส่งป้อนโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ สำหรับการดำเนินการบริหารท่าเทียบเรือนั้น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ให้เอกชนที่มีประสบการณ์มาบริหาร 2 รายคือ
- บริษัท ไทยพรอสเพอริตี้ เทอมินัล จำกัด (Thai Prosperity Terminal - TPT) ซึ่งได้รับสิทธิในการบริหารท่าขนถ่ายสินค้าทั่วไปเป็นระยะเวลา 30 ปี มีเรือเข้าเทียบท่าครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2535
- บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (Thai Tank Terminal - TTT) ได้รับสิทธิในการบริหารท่าขนถ่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเหลวเป็นระยะเวลา 30 ปี มีเรือเข้าเทียบใช้ท่าเป็นครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2535
การดำเนินการบริหารท่าเรือโดยบริษัทเอกชนดังกล่าวนั้น เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดความสะดวกและความคล่องตัวมากที่สุดแก่ผู้ประกอบการและเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้ามาใช้บริการจากทั้งภายในและภายนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม
2. ท่าเรือเฉพาะกิจ (Dedicated Berth) หมายถึงท่าเรือที่ "จำกัดจำนวนผู้ที่เข้ามาขอใช้บริการ" (Rival in Consumtion) เฉพาะในกลุ่มของผู้ที่ได้รับสัมปทานเท่านั้น โดยเอกชนหรือผู้ขอสัมปทานจะต้องลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเองทั้งหมด ท่าเรือที่จัดอยู่ในประเภทนี้คือ
- ท่าเรือ NFC ( บริษัท ปุ๋ยแห่งชาติ จำกัด )
- ท่าเรือ RBT ( บริษัท ท่าเรือระยอง จำกัด)
- ท่าเรือ SPRC (โรงกลั่นน้ำมันคาลเท็กซ์)
- ท่าเรือ RRC (โรงกลั่นน้ำมันเชลล์)
- ท่าเรือ MTT (บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล)
ส่วนในด้านการให้บริการภายในท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้น นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับบริการขนถ่าย พิธีการทางศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังมีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ประเภทของเรือ และอัตราค่าบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการอีกด้วย
จุดเด่นของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด
สภาพทางกายภาพของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดอยู่ในทะเลเปิด รัฐบาลมีนโยบายให้เป็นท่าเรือสำหรับบริการลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นอันดับแรก เน้นการขนถ่ายวัตถุดิบและสินค้าเคมีเหลว
ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จะได้รับความสะดวกมากที่สุด โดยเฉพาะท่าเรือสินค้าเคมีเหลว โดยลูกค้าสามารถขนถ่ายสินค้าจากเรือลงท่าเรือผ่านท่อเข้าสู่โรงงานโดยตรงเช่นเดียวกับโรงกลั่นน้ำมัน มีท่อส่งน้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น เมื่อกลั่นเสร็จส่งผ่านท่อเก็บใส่แท็งค์ เตรียมส่งลงเรือ รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย
|